FAQ
Q : นายจ้างชาวอเมริกาจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงาน
เนื่องจากค่าแรงถูกใช่หรือไม่ A :
การจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงานเป็นพนักงานชั่วคราวขององค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ
นั้น ในโครงการนี้ส่วนใหญ่ เป็นองค์กรที่มี ธุรกิจบริการและงานที่เป็นฤดูกาล
อย่างเช่น สวนสนุก ในบางรัฐจะปิดให้บริการเป็นเวลา ถึงเกือบ 5 เดือน
ทำให้เขาต้องจ้าง นักศึกษาตามฤดูกาล นอกจากนั้นการจ้างงานนักศึกษาต่างชาติ
ทำให้เกิดความหลากหลายของเชื้อชาติในสถานที่ทำงาน
นอกจากเสน่ห์ของสำเนียงภาษาที่แตกต่าง
พวกเขาเชื่อว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเรียนรู้เร็ว สนใจรับสิ่งแปลกใหม่
ปรับตัวได้ง่าย และมีความมุ่งมั่นในการเดินทางมาทำงานในต่างประเทศ
ซึ่งผลักดันให้ตั้งใจที่จะทำงานมากกว่าอีกด้วย
Q : นักศึกษาจะสามารถทำงานได้นานแค่ไหน
A : ตามระเบียบของโครงการ
ซึ่งเป็นกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา นักศึกษาจะสามารถทำงานเป็นการชั่วคราว
ได้นานที่สุดเป็นเวลา 4 เดือนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
โดยสามารถเริ่มและสิ้นสุดการทำงานภายในระยะเวลาที่แจ้งไว้ในเอกสาร DS 2019
ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้ยื่นขอวีซ่า J-1
และต้องใช้ควบคู่กันตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
Q :
ทำไมต้องขอวีซ่า J1 เพื่อเข้าร่วมโครงการ A :
นักศึกษาส่วนใหญ่จะรู้จักวีซ่านักเรียน (F – 1 visa) หรือวีซ่าท่องเที่ยว
(B1/B2 visa) แต่วีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาแบ่งออกเป็นหลายประเภท วีซ่าประเภท J –
1 ก็เป็นวีซ่าชนิดหนึ่งที่สถานทูตอเมริกัน ออกให้สำหรับนักเรียน
นักศึกษาใช้เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา
มีสถานภาพของผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ที่มีจุดประสงค์เพื่อการศึกษา
และแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งโครงการ Work and Travel
เป็นอีกโครงการที่มีจุดประสงค์ด้านแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชน ชาวสหรัฐอเมริกาและนานาประเทศ
Q :
เมื่อไรที่จะสามารถเริ่มทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย A :
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่แจ้งไว้ในเอกสาร DS 2019
Q :
มีงานประเภทไหนบ้าง A :
งานที่ไปทำส่วนใหญ่จะเป็นงานประเภท Non-skilled
ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานที่ทำงานที่นักศึกษาไปทำ ถ้าเป็นงาน ในสวนสนุก ก็จะมีหน้าที่
เช่น Food Stand Attendant, Food Service Cashier, Dishwasher, Car Park Attendant,
Park Clean Up, Security, Costume Character, Ride Operator, Games, Retail, etc.
ส่วนถ้าเป็นงานใน National Parks หรือในส่วนของ Hospitality, Services
ลักษณะงานจะแตกต่างกันออกไป เช่น Housekeeper, Front desk, Cashier, Fast food
stand attendant, etc.
Q :
จะมีเงินเก็บกลับมาหรือไม่ A :
จุดประสงค์หลักของโครงการคือ
ส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์จริงในการดำเนินชีวิต
นอกเหนือจากการเรียนในมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะได้ค้นคว้าหาประสบการณ์
และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สามารถเปิดโลกทัศน์ของตนเองให้กว้างขึ้น
โดยจะได้รู้จักชีวิตความเป็นอยู่ การทำงาน และวัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมไทย
รายได้ที่นักศึกษาได้รับจะเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
และท่องเที่ยวระหว่างอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
รายได้นอกเหนือจากนั้นถือเป็นผลพลอยได้จากการเข้าร่วมโครงการ
Q :
จะได้ฝึกภาษาอังกฤษหรือไม่ A :
โครงการมีจุดประสงค์เน้นให้นักศึกษามีความมั่นใจ
ในการพูดและใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าการไปเรียน ภาษาอังกฤษ
นักศึกษาส่วนใหญ่จะบอกว่าได้ฝึกฝนภาษาอังกฤษในด้านการสื่อสาร และใช้ภาษาอังกฤษคล่อง
มากขึ้น
Q : ไปแล้วจะพักที่ไหน
มีค่าใช้จ่ายอย่างไร A :
โดยส่วนใหญ่ทางโครงการจะประสานงานกับนายจ้าง
หรือองค์กรแลกเปลี่ยนอเมริกาที่จัดหาสถานที่พักให้ ด้วย
ซึ่งทำให้นักศึกษาไม่ต้องหาที่พักเอง
ค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พักจะขึ้นอยู่กับสถานที่ และค่าครองชีพของ แต่ละรัฐนั้น
ซึ่งราคาค่าที่พักนั้นจะอยู่ในช่วง 50-135 เหรียญต่อสัปดาห์
บางงานทางนายจ้างอาจมีสถานที่พัก ให้
นักศึกษาควรถามข้อมูลก่อนว่ามีที่พักให้หรือไม่
ลักษณะการจ่ายค่าที่พักขึ้นอยู่กับนายจ้าง ซึ่งอาจจะหัก จาก Paycheck
ที่นักศึกษาทำงาน นอกจากนั้นบางที่ อาจมีการเก็บค่ามัดจำที่พักในแต่ละที่
เพื่อประกันความ เสียหายของที่พักนั้นๆ ซึ่งจะมีทั้งที่ได้รับคืน (Refundable
Deposit) และ ไม่ได้รับคืน (Non-Refundable Deposit)
ขึ้นอยู่กับเจ้าของที่พักในแต่ละที่
Q : เวลาอยู่ที่นั่น จะเดินทางไปทำงานอย่างไร A :
ขึ้นอยู่กับนายจ้างว่าจะมีรถรับส่งอำนวยความสะดวกให้หรือไม่
โดยส่วนใหญ่ไม่มี นักศึกษาสามารถเดินทาง ไปทำงานโดยรถประจำทาง
จักรยานหรืออาจเดินไปได้ ในกรณีที่โชคดี บางนายจ้างจะมีที่พักให้ในบริเวณที่
ทำงาน เช่น สวนสนุก Six Flags Magic Mountain, CA
Q :
เราจำเป็นจะต้องทำประกันสุขภาพเสริมขณะอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ A
: ไม่จำเป็น เนื่องจากค่าประกันสุขภาพจะรวมอยู่ในค่าธรรมเนียม
โดยจะคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วม โครงการ เป็นระยะเวลา 4 เดือน
โดยจะมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่นักศึกษาออกจากประเทศไทย ตลอดเวลาการทำงาน
ขณะพำนักและท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริการะยะเวลา 30 วันหลังจากจบโครงการ
จนถึงวันที่นักศึกษาเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ถึงในกรณีของนักศึกษา
ที่ต้องการจะเดินทางระยะสั้น เพื่อออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา
ภายในระยะเวลาของในโครงการ
ประกันจะคุ้มครองและดูแลเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วย
และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดขึ้น
ประกันจะไม่คุ้มครองถ้าเกิดอุบัติเหตุจากการกระทำใดๆ
ที่จงใจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต
Q : หากไม่สบายจะทำอย่างไร A :
ถ้านักศึกษาไม่สบาย หรือประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานเล็กน้อย
นักศึกษาควรติดต่อที่หน่วยงาน First Aids ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ถ้านักศึกษาไม่สบายมาก
หรือประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานร้ายแรง ทางนายจ้างก็จะเป็น
ผู้ดูแล ถ้านักศึกษาไม่สบาย หรือประสบอุบัติเหตุนอกเวลางาน
นักศึกษาต้องอ่านกฎของการประกันสุขภาพ ที่ได้รับ นักศึกษาอาจจะต้องชำระเงิน
เมื่อไปหาหมอก่อนพร้อมนำใบเสร็จที่ได้มาแนบกับแบบฟอร์มขอคืนเงิน
และส่งไปยังบริษัทประกัน ถ้านักศึกษามีโรคประจำตัว ต้องรับประทานยาเป็นประจำ
ควรจะนำยาไปให้
เพียงพอตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นั่นและจำเป็นต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเข้มงวด
Q : เมื่อไหร่จะได้รับค่าแรง A :
ขึ้นอยู่กับนายจ้าง ส่วนใหญ่นักศึกษาจะได้รับค่าแรงทุก 1 หรือ 2 สัปดาห์
ในรูป Check
หากนักศึกษาเปิดบัญชี ธนาคารก็สามารถแจ้งให้นายจ้างโอนเข้าบัญชีได้เลย
และนักศึกษาก็จะได้รับใบเสร็จโอนเงิน (Payment Slip) แทน
โดยนักศึกษาควรตรวจเช็คข้อมูลในใบเสร็จให้ถูกต้องว่าตรงกับค่าแรงที่ควรจะได้รับหรือไม่
Q :
เราจะสามารถเก็บหน่วยกิตจากการเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ A :
โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้
เนื่องจากโครงการแลกเปลี่ยนระดับอุดมศึกษาไม่ถือเป็นหลักสูตรทางการศึกษา
อย่างไร ก็ตามอาจจะเป็นไปได้สำหรับบางสาขาวิชา เช่น
สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว สาขาสันทนาการ และที่
สำคัญต้องขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัยด้วย
เท่าที่ทราบมีนักศึกษาสาขา Service Industry
ที่ มหาวิทยาลัยให้โอนมาเป็นหน่วยกิตฝึกงานได้
Q :
จะต้องจ่ายภาษีเมื่อไปทำงานหรือไม่ A :
ทุกคนที่ทำงานและมีรายได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา
จะต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลเหมือนกับในประเทศไทย
ซึ่งคนอเมริกันที่มีรายได้ต้องจ่ายภาษี Social Security Tax, Medicare Tax,
Federal Unemployment Tax, Federal Income Tax, State Income Tax, City Income
Tax แต่สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการต้องจ่ายเพียง Federal Income Tax และ
State Income Tax เท่านั้น ซึ่งนักศึกษาสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีที่เสียไปได้
โดยส่วนใหญ่นายจ้างจะเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากรายได้ของนักศึกษาทุก ๆ
ครั้งที่มีการจ่ายเงินค่าแรง แต่ นายจ้างที่นักศึกษาไปทำงานพิเศษ (Second
job) นักศึกษาอาจขอแบบฟอร์มยกเว้นภาษี จากนายจ้างเพื่อจะได้
ไม่ต้องเสียภาษีสำหรับงานพิเศษ
Q :
สามารถทำเรื่องขอภาษีคืนได้อย่างไร A :
โดยส่วนใหญ่การขอคืนภาษี (Tax Refund)
สามารถทำได้ในปีต่อไปหลังจากที่นักศึกษาเสร็จสิ้นการเข้าร่วม โครงการ
(ตัวอย่างเช่น นักศึกษาเข้าร่วมโครงการในปี 2545 นักศึกษาจะสามารถทำเรื่องได้ในปี
2546 ประมาณต้นปี) โดยทางนายจ้างจะเป็นผู้ส่งแบบฟอร์ม W-2 (Statement of
Income) มาให้ตามที่อยู่ที่นักศึกษา ได้แจ้งไว้เมื่อเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการ
นักศึกษาจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขอคืนภาษีด้วยตนเอง โดย
สามารถทำด้วยตนเองหรือใช้บริการจาก International Tax Service หรือ Taxback.com การทำเรื่องขอคืน
ภาษีด้วยตนเองทำได้คือ นักศึกษาต้องกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษี 1040NR – EZ
ซึ่งสามารถหาได้จาก www.irs.gov
หรือจากสถานทูตอเมริกัน นักศึกษาสามารถอ่านคำแนะนำในการกรอกได้จากในเวบไซด์
หรือ คู่มือจากสถานทูตอเมริกัน
การทำเรื่องขอคืนภาษีจะหมดเขตประมาณเดือนเมษายนและจะใช้เวลาดำเนินการ ประมาณ 3
เดือนเป็นอย่างต่ำ โดยนักศึกษาจะได้รับเงินคืนในรูปแบบ Check
Q :
การที่นักศึกษาต่างชาติไปทำงานเช่นนี้เป็นการแย่งตลาดจากชาวอเมริกันหรือไม่ A
: ไม่ เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
เพราะนักศึกษาอเมริกันเองก็มีโอกาส ทำงานในต่างประเทศโดยผ่านองค์กรแลกเปลี่ยนได้เหมือนกัน
Q : สามารถเลือกตำแหน่งงานที่จะทำได้หรือไม่ A
: สถานที่ทำงานแต่ละแห่งจะมีขั้นตอนในการคัดเลือกและสัมภาษณ์ที่แตกต่างกัน
บางแห่งอาจมีการสัมภาษณ์ ก่อนจัดหน้าที่ให้นักศึกษา
โดยดูจากความรู้และประสบการณ์ที่นักศึกษา มีและจึงจัดงานให้ หรือบางแห่ง
นักศึกษาอาจจะมีโอกาสเลือกงานได้เอง บางแห่งทางผู้ว่าจ้างจะเลือกให้เลยก็เป็นได้
Q : ลักษณะที่พักเป็นอย่างไร A :
ที่พักในแต่ละที่จะแตกต่างกันออกไป อาจจะมีลักษณะเป็นแบบหอพัก อพาตเมนท์
บ้านเช่า หรือแม้แต่ โรงแรม สำหรับที่พักในสวนสนุก Six Flags Magic Mountain, CA
จะมีลักษณะเป็นหอพัก ซึ่งมี 4-6 เตียงต่อ หนึ่งห้องนอน มีห้องครัว ไมโครเวฟ
เคเบิล ทีวี ห้องน้ำ และฟรีอินเตอร์เนท
Q :
ชั่วโมงการทำงานในแต่ละที่เท่ากันหรือไม่ A :
ไม่เท่ากัน และชั่วโมงการทำงานในแต่ละหน้าที่ก็ไม่เท่ากันเช่นกัน
ชั่วโมงในการทำงาน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 30 ชั่วโมงต่อ 1 สัปดาห์
สวนสนุกบางแห่งจะเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ในช่วงเดือนเมษายน และ พฤษภาคม
แต่ในช่วงท่องเที่ยวที่มีจำนวนลูกค้ามาก นักศึกษาอาจจะได้ทำงานมากกว่า 40
ชั่วโมงต่อสัปดาห์
Q : ถ้าต้องการท่องเที่ยว 30 วันหลังจากทำงาน
ต้องเปลี่ยนวีซ่าหรือไม่ A : ไม่ต้องเปลี่ยน
ตามกฎหมายวีซ่าประเภท J-1 นักศึกษาจะท่องเที่ยวได้ 30 วันและ
นักศึกษาต้องเดินทางกลับประเทศไทยทันทีโดยจะต้องไม่เกินกำหนด
Q :
ถ้าต้องการซื้อตั๋วเครื่องบินเองและต้องการซื้อเที่ยวเดียวได้หรือไม่ A
:
นักศึกษาสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินได้ด้วยตนเองแต่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
เนื่องจากเป็นกฎของรัฐบาล
ถ้านักศึกษาซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยตนเองและมีเที่ยวบินที่ไม่พร้อมกับกลุ่ม
นักศึกษาจะต้องดูแลตนเองในการ เดินทางจากสนามบินไปยังที่พักหรือทำงานได้เอง
Q :
ถ้าต้องการเรียนต่อหลังจากเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการจะต้องทำอย่างไร A
: ในกรณีที่นักศึกษามีความประสงค์จะศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา
นักศึกษาจะต้องเปลี่ยนสถานภาพจาก ถือวีซ่าประเภท J-1 เป็นวีซ่านักเรียนประเภท F
– 1 โดยจะต้องได้รับเอกสาร I – 20
จากสถาบันการศึกษาหรือ มหาวิทยาลัยที่นักศึกษาสมัคร
และโดยนักศึกษาจะต้องตรวจดูว่าสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยสามารถ
เปลี่ยนวีซ่าให้ได้หรือไม่
โดยส่วนใหญ่หน่วยงานในสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่มีอำนาจในการ
เปลี่ยนวีซ่าให้นักศึกษาคือ Foreign student advisor
นักศึกษาควรเดินทางกลับประเทศไทยและยื่นขอวีซ่า ประเภท F-1
ให้ถูกต้องก่อนเดินทางกลับไปอีกครั้ง
Q :
ถ้าโดนไล่ออกจากงานจะต้องทำอย่างไรบ้าง A :
หากนักศึกษาโดนไล่ออก
นักศึกษาจะต้องแจ้งองค์กรแลกเปลี่ยนฯที่ดูแลนักศึกษาอยู่
หากนักศึกษาต้องการ ทำงานต่อสามารถหานายงานใหม่ ได้
ในกรณีที่ระยะเวลาวีซ่ายังไม่หมดอายุ นักศึกษาต้องแจ้งรายละเอียด
เกี่ยวกับการทำงานใหม่ให้องค์กรแลกเปลี่ยนทราบ
Q: SEVIS Fee คืออะไร A: SEVIS
ชื่อเต็มคือ Student and Exchange Visitor Information System คือค่าธรรมเนียม
ที่นักศึกษาต้องจ่าย เพิ่มเติม จากค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
ผู้ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมคือ นักศึกษาทุกคน ที่เข้าร่วมโครงการ Work
&Travel in USA โดยจะต้องชำระค่า SEVIS จำนวน 35$
Q: ถ้าไม่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาแล้ว
สามารถเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ A:ไม่สามารถทำได้
เพราะวีซ่า J-1 ถือเป็นวีซ่านักเรียนประเภทหนึ่ง และตามกฎของโครงการ
นักศึกษาที่เข้าร่วม โครงการ จะต้องเป็นนักศึกษาภาคปกติ ที่ไม่ได้ศึกษา
อยู่ในปีสุดท้าย (1-3) หรือนักศึกษาปริญญาโท ปี 1 และ มีอายุระหว่าง18-28
ปีเท่านั้น
Q: สามารถทำ Second Job
ได้หรือไม่ A: นักศึกษาสามารถทำงานอื่นได้ตามที่นักศึกษาสมัครหรือ
หางานได้ แต่ต้องคำนึงถึงงานหลัก ที่องค์กรจัดหาให้ เป็นสำคัญ
โดยงานนั้นจะต้องไม่กระทบกับเวลาของงานหลักของนักศึกษา นักศึกษาต้องให้ความสำคัญ
และ มีความรับผิดชอบต่องานหลักที่นักศึกษาได้รับ
Q: ค่าตอบแทนที่จะได้รับ กับค่าใช่จ่ายในชีวิตประจำวัน จะพอหรือไม่
A: นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับค่าตอบแทนเท่ากับคนท้องถิ่นที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน
ซึ่งอยู่ในอัตรา 6$-9$ ต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าใช้จ่าย ส่วนตัวต่างๆ
แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนิสัย ในการใช้จ่ายของแต่ละคน นักศึกษาหลายคนสามารถเก็บเงิน
และเดินทาง ท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาจากรายได้ที่รับ ได้อีกด้วย
Q: ถ้าไม่ได้รับ Social Security Card
ต้องทำอย่างไร A: ถ้าผ่านมา 6สัปดาห์ หลังจากยื่นขอ
Social Security Card ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วยังไม่ได้รับ
นักศึกษา สามารถโทรศัพท์สอบถามไปที่สำนักงาน Social security Administration
ที่หมายเลข 1-800-772-1213 โดย สอบถามกับเจ้าหน้าที่ Customer Service
ว่าได้รับเอกสารของท่านหรือไม่ถ้าได้รับแล้ว หมายเลข Social Security Card
คืออะไร หากนักศึกษามีคำถามนอกเหนือจากนี้ หรือต้องการความช่วยเหลือ
สามารถโทรศัพท์ แจ้งไปที่องค์กรของนักศึกษาที่อเมริกาได้ |