Home  |  About Us  |  AEAS Test  |  Au Pair  |  Exchange Student  |  Summer Camp  |  Study Aboard  |  Work&Travel  |  Translation  |  Webboard  

 


Q :

ขั้นตอนการสมัคร

A :

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถขอรับใบสมัครได้ที่ Eduworld โทร. 0-2553340-2 หรือสามารถสมัคร Online ที่ http://www.eduworld.co.th/apply.asp

 

Q :

 

สามารถสอบได้ที่ไหน เมื่อไหร่

A :

สำหรับในกรุงเทพฯ จะจัดสอบที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2549 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่ โทร.02-2553340-2


 

Q:

ถ้าไปโครงการแลกเปลี่ยนแล้วจะต้องกลับมาซ้ำชั้นหรือไม่

A:

ตามกฎของกรมวิชาการ สามารถกลับมาเรียนต่อได้โดยไม่ต้องซ้ำชั้น ซึ่งก่อนไปนักเรียนจะต้องทำการรักษา สถานภาพกับโรงเรียนในประเทศไทยไว้ โดยทาง Eduworld จะออกจดหมายให้กับนักเรียน เพื่อทำการรักษาสถานภาพกับโรงเรียน

 

Q:

สามารถเลือกรัฐได้หรือไม่

A:

ทางEduworld จะไม่แนะนำให้เลือกรัฐ เนื่องจากว่าการที่ครอบครัว จะเลือกรับนักเรียนต่างชาติ จะพิจารณาจากเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความสนใจในกิจกรรมต่างๆ โดยจะดูจาก Application ที่นักเรียนจะต้องกรอก ดังนั้นหากนักเรียนกำหนดรัฐที่อยากไป อาจทำให้ได้ครอบครัวล่าช้า และลักษณะครอบครัวไม่ตรงกับคุณสมบัติของนักเรียน

 

Q:

ผู้ปกครองสามารถเดินทางไปส่ง หรือไปเยี่ยมได้หรือไม่

A:

ผู้ปกครองไม่สามารถเดินทางไปส่งนักเรียนได้ โครงการไม่แนะนำให้ไปเยี่ยมโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะผู้ปกครองอาจทำให้นักเรียนไม่สามารถ ปรับตัวกับการใช้ชีวิต อาจทำให้นักเรียนคิดถึงและอยากกลับเมืองไทย ทำให้มีโอกาสไม่ประสบความสำเร็จในโครงการ

 

Q:

การขอยกเลิกและคืนเงิน

A:

ถ้าได้รับการปฏิเสธการตอบรับจากองค์กรอเมริกัน จะได้รับคืน 100% ยกเว้นค่าสมัครสอบ

ถ้านักเรียนหรือนักศึกษาเปลี่ยนใจขอยกเลิก ต้องทำเหตุผลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นภาษาอังกฤษ โดยการคืนเงินจะเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้

•  เงินมัดจำจะไม่ได้รับคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ยกเว้น องค์กรอเมริกันปฏิเสธ หรือ จัดหาครอบครัวอุปถัมภ์ ( Host family) ให้ไม่ได้

•  ทางศูนย์ Eduworld จะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วมโครงการใดๆ เมื่อทาง Eduworld ได้จัดส่งใบสมัครเข้าร่วมโครงการ ที่สมบูรณ์ของนักเรียนให้องค์กรอเมริกันแล้ว และทางองค์กรอเมริกัน ได้จัดส่งแบบฟอร์ม DS-2019 (Visa J-1) มาให้นักเรียนแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว

 

Q:

ถ้ากรณีเดินทางไปเรียนเอง โดยไม่ได้เข้าร่วมกับโครงการแลกเปลี่ยน จะเสียค่าใช้จ่ายยังไง

A:

ค่า homestay ประมาณเดือนละ US$600 ดังนั้น 1 ปีการศึกษา = US$ 6,000 โรงเรียน high school รัฐบาลอเมริกัน ปกติคนต่างชาติจะไม่สามารถเข้าเรียนได้ แต่นักเรียนโครงการแลกเปลี่ยน ซึ่งจัดโดยองค์กรสหรัฐอเมริกาที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอเมริกันในการเป็น sponsor ให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งถือเป็นทุนพิเศษไปเรียนในฐานะ J1 ( นักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมฯ) ถ้านักเรียนประสงค์จะไปเรียนเอง ต้องเรียนที่โรงเรียนเอกชนซึ่งมีค่า เล่าเรียนตั้งแต่ US$ 7,000 - US$ 16,000 ต่อปี ซึ่งเมื่อรวมกับค่าที่พักจะสูงถึง US$ 13,000 – 22,000

 

Q:

ถ้าต้องการอยู่เรียนต่ออีก 1 ปี ได้หรือไม่ ?

A:

ไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนเดินทางไปศึกษาในฐานะนักเรียนทุนแลกเปลี่ยน เป็น VISA แบบ J1 ไปศึกษาได้เพียง 1 ปี และต้องเดินทางกลับภายใน 2 สัปดาห์ หลังจบการศึกษา แต่นักเรียนสามารถกลับไปศึกษาต่อได้โดยใช้ VISA แบบ F1 และเสียค่าเล่าเรียนปกติ

 

Q:

เดินทางไปสหรัฐอเมริกาอย่างไร

A:

นักเรียนเดินทางจากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาด้วยตนเอง เมื่อถึงปลายทางจะมีครอบครัวอาสาสมัคร หรือตัวแทนชุมชนเป็นผู้มารอรับนักเรียนที่สนามบินปลายทางซึ่งจะมีการนัดหมายกันล่วงหน้าก่อนเดินทาง ( นักเรียนที่ประสงค์จะเข้ารับการปฐมนิเทศที่สหรัฐอเมริกาจะเดินทางเป็นกลุ่ม และมีเจ้าหน้าที่องค์กรสหรัฐมารอรับ)

 

Q:

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ มีอะไรบ้าง

A:

ค่าธรรมเนียม VISA ( ประมาณ 100 เหรียญฯ) ค่าธรรมเนียม SEVIS ( ประมาณ 100 เหรียญฯ) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ค่าตั๋วเครื่องบิน + ภาษีสนามบิน จ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง โดยผู้ปกครองสามารถดำเนินการเองได้ Pocket Money เดือนละ 150 - 250 เหรียญฯ

 

Q:

นักเรียนที่ไม่ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมโครงการมีหรือไม่

A:

มี ในกรณีที่นักเรียนคะแนนเฉลี่ยภาษาอังกฤษ ต่ำกว่า C หรือมีคะแนนวิชาหลักๆ ต่ำกว่า C เช่นคณิตศาสตร์ , วิทยาศาสตร์

 

Q:

นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการแล้ว จะถูกส่งตัวกลับในกรณีใดบ้าง

A:

นักเรียนจะถูกส่งตัวกลับในกรณีที่นักเรียนติดยาเสพติด หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ สูบบุหรี่ ( จะถูกส่งตัวกลับทันทีที่ทางองค์กรสหรัฐอเมริกาทราบ และไม่สามารถเรียกค่าใช้จ่ายใด ๆ คืนได้) ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในเบื้องต้น และไม่ผ่านมาตรฐานการสอบ SLEP TEST และการสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือเป็นโรคประจำตัวร้ายแรง ไม่ยินดีที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ หรือมีปัญหาด้านบุคลิกภาพอย่างมากในการแสดงความมั่นใจที่จะอยู่ห่างจาก พ่อ-แม่ มีคดีความติดตัวมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จะประสบความสำเร็จ

 

Q:

การปรับตัวในโรงเรียนที่สหรัฐอเมริกายากหรือไม่ อย่างไร

A:

ในด้านวิชาการนั้น นักเรียนไทยมีความสามารถเทียบเท่า โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ แต่ในช่วงแรกที่ไปอาจจะมีปัญหาในด้านภาษา เนื่องจากความไม่คุ้นเคยกับสำเนียงต่างชาติ ดังนั้นนักเรียนจะต้องฝึกฝนตนเองในด้านการฟังเพิ่มเติม เพื่อให้ง่ายต่อการปรับตัวในช่วงแรก ๆ ซึ่งทางศูนย์ฯจะแนะนำ และอบรมเพิ่มเติมให้ก่อนเดินทาง และนักเรียนควรฝึกฝนด้วยตนเองด้วย ด้านการเรียนในโรงเรียน

นักเรียนสามารถปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาในด้านการวางแผนการเรียนได้ แผนการเรียนจะเหมือน ของไทย คือ มีให้เลือก สายวิทย์ , สายศิลป์ หรือภาษา แต่นักเรียนจะควรเลือกเรียนให้ต่อเนื่องจากที่เรียนในประเทศไทย

 

Q:

นอกจากค่าใช้จ่ายที่แจ้งไว้แล้ว นักเรียนต้องเตรียมเงินไปอีกหรือไม่

A:

ควรมีเตรียมไปบ้าง จำนวนเท่าไร ขึ้นอยู่กับ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จะไปซื้อ เช่น เสื้อผ้า สบู่ ยาสีฟันส่วนตัว หรือ ขนม เครื่องดื่ม อาหาร อื่น ๆ ที่จะซื้อทานพิเศษ แต่ไม่ควรให้นักเรียนพกเงินติดตัวไป ในวันเดินทางเกิน $ 500 ผู้ปกครองควรส่งเงินให้นักเรียนมีติดตัวไว้ในแต่ละเดือนประมาณ $250 โดยอาจทำบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตให้ไป และผู้ปกครองชำระเงินผ่านบัตรที่ประเทศไทย ก็จะเป็นการปลอดภัยและสะดวก

 

Q:

ทำไมคัดเลือกนักเรียนก่อนการเดินทางถึงเกือบ 1 ปี

A:

เนื่องจากนักเรียนจะต้องได้รับการเตรียมตัวในเรื่องของภาษา และเอกสารที่ต้องจัดเตรียมให้กับทางองค์กรสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก รวมถึงต้องจัดหา และคัดเลือกครอบครัวให้เหมาะสมกับประวัติครอบครัวของนักเรียนให้มากที่สุด โดยจะเป็นการง่ายในการปรับตัวของทั้ง 2 ฝ่าย และจะต้องทำเรื่องสำรองที่เรียนให้กับนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลอเมริกัน ตลอดจนการเตรียมเอกสารในการยื่นขอ VISA ของนักเรียน ทุกขั้นตอนในการเตรียมตัวดังกล่าว จะเกี่ยวกับเอกสารจำนวนค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาดำเนินการมาก ทั้งนี้เอกสารในส่วนของนักเรียนที่ต้องจัดเตรียมในประเทศไทยจะได้แจ้งให้นักเรียนจัดเตรียมเป็นระยะ ๆ ตามขั้นตอน ซึ่ง ทาง EduWorld จะมีจดหมายแจ้งอีกครั้ง

 

Q:

ถ้าเป็นนักเรียนจบชั้น ม. 5 และไปศึกษา เกรด 12 ที่สหรัฐอเมริกา จะ Entrance อย่างไร

A:

นักเรียนสามารถ Entrance เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ตามระบบ Admission ที่รัฐบาลนำมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2549 เป็นต้นไป หลังจากเทียบความรู้ ม. 6 จากกรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ( เจ้าหน้าที่กรมวิชาการจะแจ้งให้ทราบ) จะมีจดหมายให้นักเรียนแจ้งกับทางโรงเรียนให้รักษาสถานภาพนักเรียน เพื่อกลับมาสามารถเทียบชั้นเรียนกับทางโรงเรียนได้

 

Q:

หลักสูตรการศึกษา High School ที่นั่น ต้องเรียนวิชาใดบ้าง คะแนนเฉลี่ยเท่าใดจึงผ่าน

A:

นักเรียนจะต้องได้เกรดเฉลี่ย C ขึ้นไปส่วนวิชาที่ต้องเรียนนักเรียนสามารถเลือกได้โดยให้สอดคล้อง กับที่เรียนมา